G-Class จากรถสายลุยสู่การคอลแลบกับแฟชั่นดีไซเนอร์ระดับโลก
วันที่เผยแพร่ 30 มกราคม 2026 • ใช้เวลาอ่าน 1 นาที
หากใครที่เป็นสาวกหรือชื่นชอบรถ SUV สายพันธุ์คลาสสิกทรงกล่อง อย่าง Mercedes-Benz G-Class คงจะสงสัยใช่ไหม ว่าทำไมรถรุ่นนี้ถึงถูกหยิบยกมาคอลแลบไม่หยุด เป็นที่รักของเหล่าดีไซเนอร์อย่างมาก
หากย้อนกลับไปถึงจุดเริ่มต้นของ Mercedes G-Wagen หรือปัจจุบันได้กลายเป็นที่รู้จักในชื่อ Mercedes-Benz G-Class เป็นโมเดลที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นรถสาย Off-road สำหรับใช้งานทางการทหารและการใช้งานที่หนักหน่วง ให้สมกับชื่อตัว G ที่ย่อมาจากคำว่า “Geländewagen” ในภาษาเยอรมัน ซึ่งมีความหมายว่า “ยานพาหนะ Off-road” เป็นรถที่ต้องลุยได้จริง ทนจริง และใช้งานหนักได้ในทุกสภาพถนน
จากรถทรงกล่องที่เคยประจำการอยู่ในราชการทหาร ถูกใช้งานในพื้นที่ทุรกันดาร และเน้นฟังก์ชันมากกว่าความสวยงาม เมื่อมีการเปิดตัวในปี 1979 G-Class ก็ถูกพัฒนาขึ้นเรื่อย ๆ เติมเต็มความสบาย ความหรูหรา และเทคโนโลยีเข้าไป จนกลายเป็น SUV ที่ไม่ใช่แค่จอดที่ไหนก็ได้ แต่เป็นจอดที่ไหนใคร ๆ ก็อยากจะสัมผัส
ปัจจุบัน G-Class ไม่ได้เป็นเพียงรถที่ใครหลาย ๆ คนอยากจะครอบครอง แต่ยังไปโลดแล่นอยู่ในวงการแฟชั่น งานอาร์ต และ Street Culture ซึ่งถูกหยิบยกไปคอลแลบกับดีไซน์ระดับโลก แบรนด์แฟชั่น และศิลปินที่มีชื่อเสียงต่าง ๆ มากมาย จนกลายเป็นหนึ่งในรถที่ถูกจดจำในฐานะของความเท่ ความหรู และตัวตนของคนรุ่นใหม่
บทความนี้จะพาไปรู้จักว่า ทำไม G-Class ถึงกลายเป็นหนึ่งในโมเดลที่ดีไซเนอร์อยากหยิบมาเล่นเพื่อบอกเล่าเรื่องราว พร้อมกับดูการคอลแลบที่น่าสนใจ ทำให้รถสายลุยในอดีตกลายเป็นไอคอนแฟชั่นระดับโลกในวันนี้
ทำไม G-Class ถึงกลายเป็นรถที่โลกแฟชั่นมองหา

หนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ทำให้ Mercedes‑Benz G‑Class ถูกหยิบมาคอลแลบซ้ำแล้วซ้ำเล่า คือ “ดีไซน์ที่มี DNA ชัดเจน” ทรงกล่อง เส้นสายตรงไปตรงมา และสัดส่วนที่แทบไม่เปลี่ยนแปลงตลอดหลายทศวรรษ ทำให้ G‑Class เป็นรถที่มองแล้วก็รู้ทันทีว่าเป็นรุ่นอะไรโดยไม่ต้องคาดเดา
ในมุมของโลกแฟชั่น วัตถุที่มีตัวตนชัดเจนแบบนี้คือผืนผ้าใบชั้นยอดสำหรับการตีความใหม่ ดีไซเนอร์ไม่จำเป็นต้องสร้างเอกลักษณ์จากศูนย์ แต่สามารถนำตัวตนของ G‑Class มาผสมกับมุมมองทางศิลปะ วัฒนธรรม และไลฟ์สไตล์ของตัวเองได้อย่างอิสระ จึงไม่น่าแปลกใจที่ G‑Class จะกลายเป็นเหมือน “บิลบอร์ดเคลื่อนที่” ที่เล่าเรื่องราวของแฟชั่นและสตรีทคัลเจอร์ได้อย่างทรงพลัง
รวมคอลแลบระดับโลกของ G-Class ที่เปลี่ยนรถให้เป็นงานแฟชั่น
Virgil Abloh x Mercedes-Benz – Project Geländewagen

ใครคือดีไซเนอร์ผู้อยู่เบื้องหลัง ?
ดีไซเนอร์ที่เข้ามาร่วมคอลแลบ Mercedes-Benz คือ Virgil Abloh (เวอร์จิล แอบโลห์) หนึ่งในชื่อที่เปลี่ยนหน้าประวัติศาสตร์แฟชั่นยุคใหม่ เขาเติบโตมากับวัฒนธรรม Street ทั้งการฟังเพลงแนว Hip-Hop การเล่นสเกตบอร์ด และหลงไหลแบรนด์ Supreme ตลอดช่วงเวลาที่เติบโต เขาได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์ด้านศิลปะและแฟชั่นมาโดยตลอด จนได้โอกาสในการก่อตั้งแบรนด์ Streetwear ระดับ High-end อย่าง Off-White ซึ่งหลังจากปั้นแบรนด์ Off-White จนโด่งดัง ปี 2018 Virgil Abloh ก็ได้เข้ารับตำแหน่ง Artistic Director ของกลุ่มเสื้อผ้าผู้ชายแบรนด์ Louis Vuitton
ภายหลังรับตำแหน่งเขาก็ไม่ทำให้วงการแฟชั่นผิดหวัง ด้วยการใช้ทรัพยากรต่าง ๆ ของ Louis Vuitton มาออกแบบและสร้างสรรค์เสื้อผ้าผู้ชายให้ดูมีความวัยรุ่นขึ้น มีกลิ่นอายความเป็น Streetwear มากขึ้น แต่ยังคงเอกลักษณ์ของ Louis Vuitton ไว้ได้ ก่อนที่เขาจะจากไปด้วยโรคมะเร็ง ในวัย 41 ปี ก็ได้ทิ้งผลงานให้กับ Mercedes-Benz ไว้ ในชื่อ Project Geländewagen และได้ทำงานร่วมกับ Gorden Wagener หัวหน้าฝ่ายออกแบบของเมอร์เซเดส-เบนซ์ โดยการเอา G-Class มาแปลงโฉม เพื่อเฉลิมฉลองวาระรถ SUV มีอายุครบ 40 ปี
ความพิเศษของรถ Project Geländewagen
ภาพจำของ G-Class ที่เราคุ้นเคยคือรถ SUV หรูพร้อมความลุย แต่ในเวอร์ชันนี้ Virgil กลับลอกความหรูออก เหลือเพียงความดิบแบบ Race Car โดยนำตัวรถ G-Class สีขาวมาขัดด้วยกระดาษทรายรอบคัน กระจกมองข้างและกันชนหน้ารถถูกตัดออก ส่วนตัวรถถูกโหลดให้เตี้ยลงและขยายเพิ่มขนาดโป่งซุ้มล้อให้ใหญ่กว่าปกติ รวมถึงเพิ่มขนาดล้อให้ใหญ่ขึ้นตามไปด้วย พร้อมสกรีนที่ยางคำว่า Mercedes-Benz Geländewagen ด้วยตัวอักษรสีเหลืองลงไปบนล้อรถ
ส่วนภายในมีการตกแต่งสไตล์ Racing เปลี่ยนเบาะรถจากเดิมให้เป็นแบบ Bucket seat ติดตาข่ายเซฟตี้ที่กระจกรถ เติมโรลบาร์สีฟ้าด้านใน และใส่แผงควบคุมแบบรถแข่งเข้าไป ตั้งแต่ปุ่มสตาร์ต ถังดับเพลิง ไปจนถึงการใส่ชื่อ Virgil Abloh และ Gorden Wagener ไว้ที่เข็มขัดนิรภัย พวงมาลัยมาจาก Project 1 รถ Formula 1 เบาะที่นั่งนำมาจาก DTM Car ของ Mercedes-Benz ชิ้นส่วนที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยทั้งหมดภายในตัวรถจะใช้สีแดง เช่น Seat Belt และที่จับเปิด-ปิดประตู
ความ Limited ของการ Collab ในครั้งนี้
ความพิเศษของโปรเจกต์นี้คือรถที่นำมาทำใน Project Geländewagen ไม่ได้ผลิตขึ้นมาเพื่อขาย แต่จัดอยู่ในกลุ่ม Art Car โดยเป็นการผลิตขึ้นเป็นโมเดลสเกล 1:3 ซึ่งเป็นรถที่จะนำไปประมูลในช่องทางออนไลน์กับ Sotheby’s บริษัทจัดประมูลชื่อดังของอเมริกา เพื่อนำเงินไปสนับสนุนมูลนิธิที่ช่วยเหลือด้านศิลปะ โดยตั้งราคาประมูลไว้ที่ 60,000 ดอลลาร์ หรือราว 1.9 ล้านบาท ผู้ที่ชนะการประมูลจะได้เจอกับนักออกแบบทั้งสองคน เพื่อพูดคุยถึงเบื้องหลังการออกแบบเป็นการส่วนตัวด้วย
Mercedes-Benz x Moncler – PROJECT MONDO G

ใครคือดีไซเนอร์ผู้อยู่เบื้องหลัง ?

สำหรับดีไซเนอร์ที่คอลแลบในครั้งนี้ไม่ได้เป็นตัวบุคคลแต่คือการคอลแลบกับแบรนด์ที่มีชื่อว่า “Moncler” แบรนด์ที่ขายเสื้อกันหนาวขนเป็ดน้ำหนักเบาที่เป็นไอคอนิกของแบรนด์ ขึ้นชื่อเรื่องการผสมผสานฟังก์ชันกับแฟชั่นได้อย่างลงตัว มีการออกแบบมาเพื่อให้ความอบอุ่นที่ยอดเยี่ยม แต่ไม่เทอะทะ ซึ่งมีภาพจำเป็นเสื้อตัวบวม ๆ ป้อม ๆ ซึ่งการร่วมมือระหว่าง Moncler กับ Mercedes-Benz ในครั้งนี้ มาในชื่อ “Project Mondo G” นำ G-Class มาตีความใหม่ ในภาษาของแฟชั่นและงานอาร์ต
ความพิเศษของรถใน “Project Mondo G”
สำหรับความร่วมมือของสองแบรนด์ใน “Project Mondo G” เป็นการผสมผสานระหว่างรถยนต์ที่หรูหราอย่าง G-Class กับแจ็กเกตกันหนาวสุดเก๋เข้าด้วยกัน โปรเจกต์นี้มีการจัดแสดงครั้งแรกในงาน “The Art of Genius” ช่วงเดียวกับ London Fashion Week ปี 2023 โดยได้เอาตัวรถมาทำสีใหม่ให้มีสไตล์สมบุกสมบันราวกับว่าผ่านการเดินทางมาเป็นเวลานาน
ไฮไลต์ของรถคันนี้อยู่ที่นวมสีเงินมันวาวขนาดใหญ่ ที่มีดีไซน์คล้ายกับ Puffer Jacket จาก Moncler กับหลังคาแบบเดียวกันที่เติมรายละเอียดซิปเส้นโตให้เหมือนกับเสื้อแจ็กเกต พร้อมกับประทับโลโก้ไก่บนตัว M ของแบรนด์ ซึ่งจากดีไซน์จะเห็นได้ว่า ผลงานศิลปะชิ้นนี้ผสานรูปทรงและพื้นผิวที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงแต่เข้ากันได้ดี เปิดประสบการณ์ใหม่ของโลกแห่งยานยนต์และแฟชั่นได้แบบลงตัว
ความ Limited ของคอลแลบในครั้งนี้
การร่วมมือครั้งนี้ไม่ใช่การผลิตเพื่อจำหน่ายจริง แต่เป็นการสร้างงานศิลปะข้ามวัฒนธรรมที่เหนือความคาดหมาย โดยการหยิบเอาความต่างสุดขั้วระหว่างรถยนต์สายลุยอย่าง G-Class และแฟชั่นชั้นสูงของ Moncler ที่ดูไม่น่าจะเข้ากันได้ มาหลอมรวมกันภายใต้คอนเซปต์ “Art of Imagination” เพื่อบุกเบิกเส้นทางใหม่ ๆ สร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คนกล้าฝันใหญ่ ผลงานชิ้นนี้จึงเป็นข้อพิสูจน์ว่าสิ่งที่เป็นไปไม่ได้สามารถเป็นไปได้เสมอ พร้อมทั้งเปิดโลกทัศน์และโอกาสในการสร้างสรรค์ที่ไร้ขีดจำกัดให้กับทั้งสองแบรนด์
Mercedes‑Benz x Moncler by NIGO – Project G-Class Past II Future

ใครคือดีไซเนอร์ผู้อยู่เบื้องหลัง ?

สำหรับโปรเจกต์ G-Class Past II Future เป็นการคอลแลบระหว่าง Mercedes‑Benz x Moncler by NIGO สำหรับ NIGO (นิโกะ) หรือ Tomoaki Nagao (โทโมอากิ นากาโอะ) เริ่มเข้ามาในสายอาชีพแฟชั่นในช่วงปี 1993 เขาเป็นผู้ที่อยู่เบื้องหลังแบรนด์สายสตรีทแฟชั่นต่าง ๆ มากมาย เช่น แบรนด์ BAPE และ HUMAN MADE และปัจจุบัน NIGO ได้เข้ามานั่งเก้าอี้ในตำแหน่ง Creative Director ของแบรนด์ Kenzo เมื่อ NIGO ได้นำความหลงรักในสตรีทแฟชั่น เข้ามาผสมผสานกับ G-Class ทำให้เกิดผลงานศิลปะที่แสดงถึง ประวัติศาสตร์เป็นแรงบันดาลใจให้เกิดนวัตกรรมในอนาคต
ความพิเศษของรถใน “Project G-Class Past II Future”
สำหรับ Mercedes-Benz Project G-Class Past II Future ภายนอกรถเป็นสีทูโทน คือเทาด้านและเขียวมะกอกแบบด้าน แฝงความดิบเข้าไปในดีไซน์ตัดด้วยสีทองและสีดำ ติดตั้งหลังคานุ่มลายเสื้อพองที่มีดีไซน์คล้ายกับ Puffer Jackets จาก Moncler เพิ่มความโดดเด่นด้วยแกลลอนน้ำมันสีทอง ลำโพงบูมบ็อกซ์ที่ติดบนโครงหลังคา ล้อเหล็กสีดำ และเบาะผ้าลายตารางหมากรุก เสริมบรรยากาศย้อนยุคสุดเท่แต่ก็ยังมีความหรูหรา คอนโซลกลางได้รับการปรับปรุงใหม่ ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในการควบคุมให้กับผู้ขับขี่ ซึ่งรุ่นนี้จะผลิตออกมาเพียง 20 คันทั่วโลก และมี 2 ขุมพลังให้เลือก คือ
G 450 d – เครื่องยนต์ดีเซล 3.0 ลิตร ให้กำลัง 362 แรงม้า (270 kW / 367 PS) และแรงบิด 750 นิวตัน-เมตร ทำความเร็วจาก 0-100 กม./ชม. ได้ใน 5.8 วินาที ความเร็วสูงสุด 210 กม./ชม.
G 500 – เครื่องยนต์เบนซิน 6 สูบแถวเรียง 3.0 ลิตร เทอร์โบ ให้กำลัง 443 แรงม้า (330 kW / 449 PS) และแรงบิด 560 นิวตัน-เมตร ทำเวลา 0-100 กม./ชม. ได้ภายใน 5.4 วินาที แต่ความเร็วสูงสุดยังคงอยู่ที่ 210 กม./ชม.
ความ Limited ของการ Collab ในครั้งนี้
ความพิเศษของ G-Class Past II Future คือการผลิตออกมาเพียง 20 คันทั่วโลก เพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 45 ปี ของ G-Class โดยความร่วมมือระหว่าง Mercedes-Benz, Moncler, และศิลปินชื่อดังอย่าง NIGO ซึ่งแต่ละคันจะมาพร้อมดีไซน์และรายละเอียดที่สะท้อนทั้งแรงบันดาลใจจากยุค 80–90s เข้ากับการออกแบบสมัยใหม่ ความ Exclusive นี้ไม่เพียงเพิ่มมูลค่าความเป็นของสะสมเท่านั้น แต่ยังตอกย้ำความพิเศษของความร่วมมือระหว่างสองแบรนด์ระดับตำนานและศิลปินผู้ทรงอิทธิพลในวัฒนธรรมสตรีทแฟชั่นได้เป็นอย่างดี
สรุป : เป็นเจ้าของ G-Class ไอคอนิกสายแฟชั่นได้แล้ววันนี้ ที่ TTC Motor
ทุกการคอลแลบที่กล่าวมา ไม่ได้เปลี่ยนเพียงแค่หน้าตาภายนอกของ G-Class แต่มันได้เปลี่ยน "ความหมาย" ของรถรุ่นนี้ในใจคนทั่วโลกไปพร้อม ๆ กัน จากรถที่เคยอยู่ในค่ายทหาร กลายเป็นรถที่จอดเด่นอยู่หน้ารันเวย์แฟชั่นโชว์ จากพาหนะที่ใช้บรรทุกสัมภาระ กลายเป็นโมเดลให้ศิลปินระดับโลกได้เล่าเรื่องราวความคิด การตีความในมุมมองใหม่ ๆ มากขึ้น
สำหรับใครที่ต้องการจะเป็นเจ้าของรถแห่งประวัติศาสตร์และงานดีไซน์ที่ไม่มีวันล้าสมัยอย่าง Mercedes-Benz G-Class สามารถเข้ามาดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ TTC Motor
Benz TTC Motor (พัฒนาการ)
Location : https://maps.app.goo.gl/SBk239G95QgdzUPK6
เปิดให้บริการ : ทุกวันจันทร์-วันเสาร์ เวลา 08.00-18.00 น. และวันอาทิตย์ เวลา 09.00-16.00 น.
เบอร์โทรศัพท์ : 1274 หรือ 02 322 2222
Facebook : Benz TTC
LINE Official : @benzttc
Benz TTC Motor (อุบลราชธานี)
Location : https://maps.app.goo.gl/T1YfZxGBizNf3p136
เปิดให้บริการ : ทุกวันจันทร์-วันเสาร์ เวลา 08.30-17.30 น. และวันอาทิตย์ เวลา 09.00-16.00 น.
เบอร์โทรศัพท์ : 045 475 222
Facebook : Benz TTC MOTOR Ubonratchathani
LINE Official : @benzttcubon


