รวมรถ Benz Plug-in Hybrid 3 รุ่นท็อป วิ่งไฟฟ้าไกลมากกว่า 100 กม.

แนะนำ Benz Plug-in Hybrid 3 รุ่นท็อป วิ่งไฟฟ้าไกลมากกว่า 100 กม.

วันที่เผยแพร่ 6 พฤษภาคม 2026 • ใช้เวลาอ่าน 1 นาที

ในช่วงเวลานี้ที่ราคาน้ำมันยังคงมีความผันผวนและพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง การมองหายานยนต์ที่มอบทั้งภาพลักษณ์ความเหนือระดับและความคุ้มค่าในการใช้งานจริง เป็นสิ่งที่ได้รับความสนใจอย่างมากในหมู่ผู้ใช้รถปัจจุบัน และหากใครที่กำลังมองหารถ Benz Plug-in Hybrid สักหนึ่งคันเพื่อเอาไว้ใช้ในช่วงน้ำมันแพงและยังไม่มีท่าทีที่ดีขึ้น

รถ Mercedes-Benz ระบบ Plug-in Hybrid (PHEV) เจเนอเรชันที่ 4 คือคำตอบที่ลงตัวที่สุดสำหรับผู้ที่ต้องการเปลี่ยนผ่านสู่โลกไฟฟ้าโดยไม่มีความกังวล เพราะนี่คือการปฏิวัติระบบขับเคลื่อนที่ก้าวข้ามขีดจำกัดเดิม ๆ ด้วยความสามารถในการขับขี่ด้วยไฟฟ้า 100% (EV Mode) ได้ไกลกว่า 100 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ซึ่งเพียงพอสำหรับการใช้งานในเมืองได้ทั้งวัน บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักกับรถ Benz Plug-in Hybrid ที่ตอบโจทย์การใช้งานทั้งในด้านการประหยัดพลังงานและสมรรถนะการขับขี่

Highlight

  • รถเบนซ์ทั้ง C 350 e AMG Dynamic, E 350 e Exclusive และ GLC 350 e 4MATIC พัฒนาบนพื้นฐานของ Benz Plug-in Hybrid เจเนอเรชันที่ 4 ที่วิ่งด้วยไฟฟ้าล้วนได้ไกลเกิน 100 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง (มาตรฐาน WLTP)

  • ทั้ง 3 รุ่นใช้ขุมพลังเครื่องยนต์เบนซิน 2.0 เทอร์โบ ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า ให้พละกำลังรวมสูงสุด 313 แรงม้า และแรงบิดที่ 550 นิวตันเมตร

  • แบตเตอรี่ความจุสูงถึง 25.4 kWh - 31.2 kWh ช่วยลดการพึ่งพาน้ำมันในการใช้งานประจำวันในเมืองได้เกือบ 100%

  • มีให้เลือกครบทุกตัวถังตามไลฟ์สไตล์ ทั้งซีดานคอมแพค (C-Class), ซีดานหรูระดับผู้บริหาร (E-Class) และรถเอสยูวีอเนกประสงค์ (GLC)

รู้จัก Benz Plug-in Hybrid Gen 4 วิ่งได้ไกลและชาร์จไวเท่ารถ EV

TTC_MOTOR-APR-Blog-03-01

เทคโนโลยี Benz Plug-in Hybrid ไม่ใช่แค่การนำมอเตอร์มาแปะไว้กับเครื่องยนต์ แต่เป็นการออกแบบระบบขับเคลื่อนใหม่หมด (Integrated Drive System) เพื่อให้ทำงานได้ใกล้เคียงกับรถยนต์ไฟฟ้ามากที่สุด โดยมีนวัตกรรมหลัก 3 ด้าน

  • แบตเตอรี่ความจุสูง (High-Voltage Battery): ด้วยขนาดความจุที่เพิ่มขึ้นเป็น 25.4 kWh (เปรียบเทียบกับรุ่นก่อนหน้าที่มักจะอยู่เพียง 13.5 kWh) ทำให้กักเก็บพลังงานได้มหาศาล ส่งผลให้ระยะทางการวิ่งด้วยไฟฟ้าล้วน (EV Range) ทะลุขีดจำกัด 100 กิโลเมตร (มาตรฐาน WLTP) ได้อย่างสบาย

  • ระบบการชาร์จแบบ DC Fast Charging: ถือเป็นครั้งแรกที่รถปลั๊กอินไฮบริดรองรับการชาร์จด่วนกระแสตรง (DC) สูงสุดถึง 55 kW ช่วยให้คุณชาร์จไฟจาก 10% สู่ 80% ได้ในเวลาเพียง 35-50 นาที เทียบเท่ากับความเร็วในการชาร์จของรถยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบ

  • มอเตอร์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ (Integrated Starter Generator): ถูกออกแบบให้ทำงานร่วมกับเกียร์ 9G-TRONIC ได้อย่างไร้รอยต่อ มอบแรงบิดมหาศาลทันทีที่ออกตัว ให้ความรู้สึกนุ่มนวลและเงียบสนิทเหมือนรถไฟฟ้าแท้ ๆ ในทุกจังหวะการขับขี่

แนะนำ 3 รุ่นท็อป Mercedes-Benz 350 e ที่ตอบโจทย์คนกลัวน้ำมันแพง

เราได้คัดเลือก Benz Plug-in Hybrid 3 ยนตรกรรมรุ่นเรือธงในรหัส "350 e" ที่โดดเด่นทั้งสมรรถนะและความประหยัด ดังนี้

1. Mercedes-Benz C 350 e AMG Dynamic – สปอร์ตซีดานที่คุ้มค่าที่สุด

TTC_MOTOR-APR-Blog-03-02

Benz Plug-in Hybrid รุ่น C 350 e AMG Dynamic เป็นรุ่นที่ได้รับการขนานนามว่า “Baby S-Class” ไม่ใช่แค่เรื่องรูปลักษณ์ แต่มาจากการถ่ายทอด DNA เทคโนโลยีจากรุ่นพี่อย่าง S-Class มาอย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น ห้องโดยสารที่ตกแต่งด้วยวัสดุสุดพรีเมียม หน้าจอ MBUX แนวตั้งขนาด 11.9 นิ้ว และมีระบบช่วงล่างด้านหลังแบบ Air Comfort Suspension

ในด้านขุมพลัง ใช้เครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร Turbocharged ทำงานคู่กับมอเตอร์ไฟฟ้า มอบกำลังแรงม้ารวม 313 แรงม้า แรงบิด 550 นิวตันเมตร และอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใช้เวลาเพียง 6.1 วินาที

  • ระยะทางวิ่งไฟฟ้า: 100-111 กม. (WLTP) รองรับการชาร์จ AC ขนาด 11 kW เต็มใน 2 ชั่วโมง หรือแบบ DC สูงสุด 55 kW ชาร์จจาก 10 สู่ 80% ใช้เวลาเพียง 20 นาที

  • ราคา: เริ่มต้น 3,200,000 บาท

  • เหมาะสำหรับ: ผู้ที่ต้องการรถคันแรกในแบรนด์ Mercedes-Benz ที่เน้นความคล่องตัวในเมือง ดีไซน์สปอร์ต และต้องการความมั่นใจในการเปลี่ยนผ่านจากรถน้ำมันสู่ระบบไฟฟ้าโดยไม่มีความกังวลเรื่องระยะทาง

2. Mercedes-Benz E 350 e Exclusive - หรูหราสมฐานะผู้บริหารรุ่นใหม่

TTC_MOTOR-APR-Blog-03-03

Mercedes-Benz E 350 e Exclusive ไม่ใช่แค่รถซีดานที่ให้ความหรูหรา แต่ยังถือว่าเป็น ศูนย์กลางดิจิทัลระดับพรีเมียม (striking digital hub) ที่พลิกโฉมแนวคิดของรถยนต์พรีเมียมแห่งยุคสมัยนี้ มีระบบความบันเทิง MBUX เจเนอเรชันที่ 3 ติดตั้งมาบนหน้าจอ Superscreen ทอดยาวตลอดแนวคอนโซลหน้า พร้อมกล้อง Video Camera บนรถสำหรับการประชุมผ่าน Zoom ได้โดยตรง

ในส่วนของขุมพลัง Benz Plug-in Hybrid E 350 e Exclusive ใช้เครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร Turbocharged จับคู่กับมอเตอร์ไฟฟ้า ให้กำลังแรงม้ารวม 313 แรงม้า แรงบิด 550 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 6.5 วินาที

  • ระยะทางวิ่งไฟฟ้า: 115 กม. (WLTP) รองรับการชาร์จ AC สูงสุด 11 kWh หรือแบบ DC รองรับการชาร์จสูงสุด 55 kWh ชาร์จจาก 10 สู่ 80% ใช้เวลาเพียง 20 นาที

  • ราคา: เริ่มต้น 3,650,000 บาท

  • เหมาะสำหรับ: ผู้บริหารยุคใหม่ ที่ต้องการเสริมภาพลักษณ์ความภูมิฐาน ให้ความนุ่มนวลตลอดการขับขี่และฟังก์ชันที่รองรับการทำงาน เช่น การประชุมผ่าน Zoom ได้โดยตรงจากบนรถ

3. Mercedes-Benz GLC 350 e 4MATIC - SUV ที่ใช้งานได้อเนกประสงค์

TTC_MOTOR-APR-Blog-03-04

สำหรับผู้ที่ต้องการพื้นที่ใช้สอยที่มากขึ้น มีครอบครัว หรือชื่นชอบชีวิตที่คล่องตัว Mercedes-Benz GLC 350 e 4MATIC SUV คือคำตอบที่ลงตัวที่สุดในไลน์อัปรถเบนซ์ที่เป็น PHEV เหมาะทั้งการขับขี่ในรูปแบบ On Road และ Off Road ภายในห้องโดยสารตกแต่งแบบ AMG Interior Package สไตล์สปอร์ตแต่ยังคงความหรูหรา พร้อมติดตั้งหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่ ขนาด 12.3 นิ้ว และหน้าจอกลางความละเอียดสูงขนาด 11.9 นิ้ว ทำงานควบคู่กับ MBUX เจเนอเรชันที่ 7

ในด้านขุมพลังนั้น Benz Plug-in Hybrid GLC 350 e 4MATIC ใช้เครื่องยนต์เบนซิน M254 ขนาด 2.0 ลิตร เทอร์โบพร้อมอินเตอร์คูลเลอร์ ติดตั้งแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน ความจุ 31.2 kWh ให้กำลังแรงม้ารวม 313 แรงม้า แรงบิดรวมสูงสุด 550 นิวตันเมตร อัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ใน 6.7 วินาที

  • ระยะทางวิ่งไฟฟ้า: มากกว่า 120 กม. (WLTP) รองรับการชาร์จ AC สูงสุด 11 kWh หรือแบบ DC รองรับการชาร์จสูงสุด 60 kWh ชาร์จจาก 10 สู่ 80% ใช้เวลาเพียง 20 นาที

  • ราคา: เริ่มต้น 4,180,000 บาท

  • เหมาะสำหรับ: ครอบครัวยุคใหม่ที่ต้องการพื้นที่เก็บสัมภาระกว้างขวาง ชอบการเดินทางท่องเที่ยว แคมป์ปิ้ง แต่ยังต้องการความประหยัดในการใช้งานในเมืองเป็นหลัก

ตารางเปรียบเทียบสเปก Mercedes-Benz Plug-in Hybrid รหัส 350 e

TTC_MOTOR-APR-Blog-03-05

สรุป: ทำไมถึงควรเลือก Benz Plug-in Hybrid ในยุคน้ำมันแพง

การเปลี่ยนมาใช้ Benz Plug-in Hybrid ไม่ใช่เพียงการแก้ไขปัญหาเรื่องค่าน้ำมันที่มีราคาสูงขึ้นในยุคปัจจุบัน แต่ยังตามมาด้วยประสบการณ์การขับขี่ที่ดีขึ้นในทุกมิติทั้งความเงียบสงบของการขับขี่ในโหมดไฟฟ้า ความสะดวกสบายของห้องโดยสารระดับพรีเมียม รวมถึงเทคโนโลยีความปลอดภัยอื่น ๆ ที่รถในท้องตลาดทั่วไปไม่สามารถให้คุณได้

ไม่ว่าคุณจะเลือกรถเบนซ์ C 350 e เพื่อความคล่องตัวในการขับขี่ในเมือง หรือ E 350 e เพื่อภาพลักษณ์ผู้บริหารที่ดูภูมิฐาน หรือ GLC 350 e ที่ให้ความอเนกประสงค์เพื่อตอบโจทย์ชีวิตครอบครัว สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือทดลองขับได้ที่โชว์รูม >> TTC Motor << ทั้งสาขาพัฒนาการ และสาขาอุบลราชธานี เราพร้อมให้คำแนะนำไปจนถึงบริการหลังการขายแบบครบวงจร


Benz TTC Motor (พัฒนาการ)

Location : https://maps.app.goo.gl/SBk239G95QgdzUPK6

เปิดให้บริการ : ทุกวันจันทร์-วันเสาร์ เวลา 08.00-18.00 น. และวันอาทิตย์ เวลา 09.00-16.00 น.

เบอร์โทรศัพท์ : 1274 หรือ 02 322 2222

Facebook : Benz TTC Motor

LINE Official : @benzttc

Benz TTC Motor (อุบลราชธานี)

Location : https://maps.app.goo.gl/T1YfZxGBizNf3p136

เปิดให้บริการ : ทุกวันจันทร์-วันเสาร์ เวลา 08.30-17.30 น. และวันอาทิตย์ เวลา 09.00-16.00 น.

เบอร์โทรศัพท์ : 045 475 222

Facebook : Benz TTC MOTOR Ubonratchathani

LINE Official : @benzttcubon

คุณต้องการความช่วยเหลือไหม?

โปรดเลือกช่องทางการติดต่อ